สมาคมค้าทองคำ ย้าย ที่ทำการ
::ราคาทองคำแท่งวันพุธที่ 28 มิ.ย. 60 ครั้งที่ 1 เวลา 09:26 น. [+0] 20050 - 20150 --- ครั้งที่ 2 เวลา 15:16 น. [+50] 20100 - 20200 ---

มหัศจรรย์แหวนกลปริศนา ศิลปะจากทองคำ หนึ่งเดียวในโลก

ณ วันที่ 09/08/2559

    เครื่องประดับทองคำเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน ด้วยเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความมั่งคั่ง ความมั่งมี และความเป็นสิริมงคล คนไทยจึงนิยมนำมาสวมใส่ติดกายเพื่อแสดงสถานะทางสังคม ตลอดจนใช้ในงานมงคล ต่างๆ เช่น มอบเป็นของขวัญให้แก่ลูกหลาน หรือใช้เป็นสินสอดทองหมั้นของคู่แต่งงาน เป็นต้น เครื่องประดับทองคำจึงกลายเป็นสินค้าอันดับแรกที่คนไทยส่วนใหญ่มักเลือกซื้อตลอดมา ทั้งนี้ในอดีตรูปแบบ และวิธีการผลิตเครื่องประดับทองคำในแต่ละพื้นที่จะแตกต่างกันตามวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้นๆ แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ ทุกชิ้นงานถูกรังสรรค์ด้วยมือโดยช่างทองที่มีความชำนาญชั้นสูง แม้ปัจจุบันร้านค้าทองคำจำนวนมากจะนำเครื่องจักรมาใช้ผลิตเครื่องประดับมากขึ้น หากแต่หลายพื้นที่ยังคงสืบทอดเอกลักษณ์การผลิตของท้องถิ่นตนเองไว้ พร้อมทั้งยังได้พัฒนารูปแบบให้มีความทันสมัยตามยุคที่เปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย

    จังหวัดจันทบุรีของไทย เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ยังคงผลิตเครื่องประดับทองคำตามแบบฉบับช่างทองโบราณที่ได้รับถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ สินค้าเลื่องชื่อเชิงหัตถศิลป์อันเกิดจากช่างทองในจังหวัดนี้เป็นแหวนทองคำ ซึ่งไม่ใช่แหวนธรรมดาทั่วไปอย่างที่ทุกคนเห็น หากแต่เป็นแหวนที่สามารถถอดออกจากกันและประกอบกลับเป็นวงเดียวกันได้ หรือที่เรียกกันว่า “แหวนกลปริศนา” หรือ “แหวนกลไก” หรือ “แหวนกล”

แหวนกลปริศนาจากอดีตสู่ปัจจุบัน

    แหวนกลในประเทศไทยถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2504 โดยชาวจีนซึ่งอพยพมาตั้งรกรากอยู่ที่ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ได้นำความรู้ด้านช่างทองมาประกอบอาชีพในที่แห่งนี้ โดยเริ่มต้นการทำแหวนกล จากการสังเกตเห็นแหวนคล้องไขว้กันของชาวต่างชาติแล้ว จึงได้พัฒนาเป็นแบบฉบับของตนเองขึ้นมา จากนั้นจึงได้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ลูกหลานจากรุ่นสู่รุ่น นอกจากนี้ ศิลปะการผลิตแหวนกลยังได้ถูกถ่ายทอดไปยังชาวจันทบุรีรายอื่นๆ ในพื้นที่ดังกล่าว จนกลายเป็นมรดกตกทอดแก่ชาวจันทบุรีสืบต่อมาจนกระทั่งปัจจุบัน

    ในอดีตแหวนกลส่วนใหญ่มักผลิตจากทองคำ โดยเริ่มต้นจากการออกแบบลวดลายที่ต้องการก่อน จากนั้นจึงนำทองคำที่มีค่าความบริสุทธิ์ 99.99% ไปผสมกับเงินให้ได้ทองคำ 90% เพื่อทำให้เนื้อทองมีความแข็งแรงและเหนียว สามารถถักทอเป็นลวดลายหรือรูปทรงต่างๆ ได้ตามต้องการ เมื่อได้ทองคำ 90% จึงนำไปหลอมลงในเบ้า แล้วเทลงรางเหล็กสี่เหลี่ยม ทองจะแข็งตัวจับเป็นแท่ง ช่างทองจะนำทองที่หลอมได้มาตีแผ่เป็นแผ่นด้วยเครื่องรีดแผ่นทอง และใช้เครื่องซักทองให้กลายเป็นเส้นขนาดต่างๆ กันตามความต้องการ แล้วจึงนำเส้นทองคำที่ได้มาทำตัวเรือนตามที่ออกแบบไว้

    ในยุคแรกๆ ลวดลายของแหวนกลได้รับแรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่เป็นธรรมชาติรอบตัว ช่างทองจึงทำหัวแหวนเป็นรูปปู และปลา โดยทำเป็นแหวนวงเล็กเพียง 2 วง เรียงซ้อนกัน จากนั้นได้พัฒนาทำเป็นแหวน 4 วง คล้องเกี่ยวกัน โดยทำ รอยหยักเว้าเหมือนกลไกล็อกไขว้ไว้อย่างแนบสนิท เมื่อสวมบนนิ้วมือจะดูเหมือนเป็นแหวนวงเดียวกัน ทั้งนี้ สามารถถอดแหวนทั้ง 4 วงออกจากกันได้ แต่แหวนจะยังคง คล้องเกี่ยวกันอยู่ และสามารถประกอบกลับเข้าเป็นวงเดียวกันได้อย่างแนบแน่น อย่างไรก็ตาม เจ้าของแหวนจะต้องรู้วิธีประกอบแหวนอย่างถูกต้อง จึงจะสามารถประกอบแหวนกลับเหมือนเดิมได้ สำหรับขั้นตอนการทำแหวนนั้น จะทำทีละวง เช่น ถ้าทำแหวนรูปปู แหวนวงที่ 1 จะเป็นกระดองปู แหวนวงที่ 2 เป็นก้ามปู แหวนวงที่ 3 เป็นขาปู และวงที่ 4 เป็นส่วน อื่นๆ ซึ่งแต่ละส่วนของปู จะใช้สัดส่วนเนื้อทองคำไม่เท่ากัน บางส่วนใช้ทองคำ 100% บางส่วนใช้ทองคำ 93-95% เป็นต้น ทั้งนี้ แหวนรูปแบบต่างๆ ก็จะใช้เนื้อทองคำต่างกันด้วย เช่น กุ้ง ส่วนใหญ่ใช้ทองคำมากกว่า 95% ส่วนปลาใช้ ทองคำ 90-93% เป็นต้น โดยขั้นตอนการทำแหวนกลที่ยากที่สุดคือ การใช้เส้นทองสอดสลับกันไปมาให้เกิดเป็นรูปสัตว์ที่ต้องการ

    ปัจจุบันช่างทองบางรายได้คิดค้นผลิตแหวนกล 8 วงเรียงซ้อนกัน มีการนำโลหะเงินมาผลิตแหวนกล รวมถึงการพัฒนาดีไซน์ที่มีความทันสมัย และมีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น แต่ที่ได้รับความนิยมโดยทั่วไปยังคงเป็นแหวนรูปสัตว์ต่างๆ เช่น ปู ปลาประเภทต่างๆ แหวนปีนักษัตร 12 ราศี และแหวนดอกไม้ เป็นต้น อีกทั้งมีการนำพลอยหลากสี ซึ่งเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดมาประดับตกแต่งส่วนต่างๆ ของสัตว์เพื่อเพิ่มมูลค่า และความสวยงามโดดเด่นให้กับชิ้นงานมากขึ้น รวมถึงการทำให้ชิ้นส่วนสำคัญของสัตว์บนตัวแหวนเคลื่อนไหวได้เหมือนมีชีวิตจริง เช่น แหวนรูป ไก่ วัว ที่มีส่วนหัวขยับได้ แหวนปูที่มีก้ามกระดิกได้ ตาของกุ้งขยับไปมาได้ หรือปลาตะเพียนทองสามารถขยับปากได้ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการดีไซน์หน้าแหวนเป็นชื่อ-นามสกุลได้อีกด้วย

แหวนกลจันทบุรี หนึ่งเดียวของไทย หนึ่งเดียวในโลก

    แหวนกลทองคำของจันทบุรีแตกต่างจากแหวนของประเทศอื่นๆ เพราะทุกขั้นตอนทำขึ้นด้วยมือ ชิ้นงานจึงมีความละเอียด ประณีต งดงามอ่อนช้อย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสามารถทำลวดลายได้หลากหลายตามที่ลูกค้าต้องการ รวมถึงชิ้นส่วนสำคัญของรูปสัตว์บนตัวแหวนสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วย ชิ้นงานที่ผลิตได้แต่ละขึ้นจึงไม่ซ้ำแบบกัน อาจเรียกได้ว่ามีเพียงชิ้นเดียวในโลก ขณะที่ต่างประเทศมักใช้เครื่องจักรซึ่งสามารถผลิตสินค้าได้ครั้งละมากๆ ทำลวดลายได้น้อย จึงทำให้ชิ้นงานที่ได้มีรูปแบบเหมือนกันหมด ด้วยเหตุนี้แหวนกลไกจากจันทบุรีจึงเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรี ปีละกว่า 15,000 คน ต่างไม่พลาดที่จะซื้อแหวนกลไกปริศนาเป็นของที่ระลึก อีกทั้งยังมีชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่สั่งสินค้าไปจำหน่ายในประเทศตนเอง แหวนกลไกแห่งจันทบุรีจึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาของ ช่างฝีเมือไทยที่ไม่เคยหยุดนิ่ง หากแต่ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่เสมอทั้งกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนขึ้น การเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยการประดับตกแต่งพลอยสี และดีไซน์ที่สอดคล้องกับรสนิยมของผู้บริโภคในปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความละเอียดประณีตและมาตรฐานสินค้าไว้ได้อย่างสมํ่าเสมอ ดังนั้น หากท่านมีโอกาสเดินทางไปจังหวัดจันทบุรี และ กำลังมองหาของฝากหรือของสะสมที่มีคุณค่า เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร แหวนกลปริศนาก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่ดีทางหนึ่งสำหรับคุณ

ที่มา : ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประคับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

ขอบคุณภาพจาก : www.tcdc.or.th

website counter
ผู้ชม